<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อัลกอริทึม Google &#8211; Insawasd</title>
	<atom:link href="https://insawasd.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%a1-google/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://insawasd.com</link>
	<description>Wongsathorn Insawasd</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Dec 2020 16:45:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.11</generator>

<image>
	<url>https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/04/fav-icon-150x150.png</url>
	<title>อัลกอริทึม Google &#8211; Insawasd</title>
	<link>https://insawasd.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อัลกอริทึม Google จัดอันดับการค้นหาบนหน้าแรกอย่างไร ?</title>
		<link>https://insawasd.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%a1-google/</link>
					<comments>https://insawasd.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%a1-google/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Wongsathorn Insawasd]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2020 04:00:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[อัลกอริทึม Google]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://insawasd.com/?p=2677</guid>

					<description><![CDATA[สงสัยกันใช่ไหมละครับ ว่าปกติแล้ว เวลาที่เราทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์เราไปติดหน้าแรกของ Google เนี่ย อัลกอริทึม Google นั้นมีการประมวลผลในแต่ละอันดับอย่างไร ซึ่งปัจจัยที่นำมาใช้ในการประมวลผลจัดอันดับนั้น มีมากจนนึกไม่ถึงเลยว่า Google จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณามากขนาดนี้ ซึ่งวันนี้ ผมได้รวบรวมการประมวลผลเหล่านั้น มาฝากทุกคนกันครับ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="container"><div class="row"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-8"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>สงสัยกันใช่ไหมละครับ ว่าปกติแล้ว เวลาที่เราทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์เราไปติดหน้าแรกของ Google เนี่ย อัลกอริทึม Google นั่นมีการประมวลผลในแต่ละอันดับอย่างไร ซึ่งปัจจัยที่นำมาใช้ในการประมวลผลจัดอันดับนั้น มีมากจนนึกไม่ถึงเลยว่า Google จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณามากขนาดนี้ ซึ่งวันนี้ ผมได้รวบรวมการประมวลผลเหล่านั้น มาฝากทุกคนกันครับ</p>
<h2>การประมวลผลของ อัลกอริทึม Google</h2>
<ol>
<li><strong>อายุของโดเมน</strong> ที่มีระยะเวลาในการจดสั้นจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าโดเมนที่จดมานานแล้ว</li>
<li><strong>คีย์เวิร์ดที่ขึ้นต้นชื่อโดเมน</strong> มีความได้เปรียบกว่าเว็บไซต์ที่ไม่มีคีย์เวิร์ดบนโดเมน</li>
<li><strong>คีย์เวิร์ดในซับโดเมน</strong> สามารถเพิ่มอันดับให้กับเว็บไซต์ได้<img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2686 size-full" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/คีย์เวิร์ดในซับโดเมน.png" alt="คีย์เวิร์ดในซับโดเมน" width="512" height="164" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/คีย์เวิร์ดในซับโดเมน.png 512w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/คีย์เวิร์ดในซับโดเมน-300x96.png 300w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></li>
<li><strong>การใช้โดเมนที่เป็นรหัสต้น ๆ ของประเทศ</strong> เช่น .cn, .pt, .ca) ช่วยจัดอันดับเว็บไซต์ในแต่ละประเทศนั้น ๆ ได้ แต่อาจจำกัดความสามารถในการจัดอันดับทั่วโลก</li>
<li><strong>คีย์เวิร์ดบน Title Tag</strong> แม้หลาย ๆ คนจะมองว่าไม่สำคัญ แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่ใช้ประมวลผล SEO</li>
<li><strong>Title Tag ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่หน้าสุด</strong> เพราะจะส่งผลได้ดีกว่าการที่เอาไปใส่ไว้ด้านหลัง</li>
<li><strong>Google ไม่ได้นำ Meta Tag มาประมวลผลโดยตรง</strong> แต่ Meta Tag ส่งผลต่ออัตราการคลิกผ่านของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดอันดับ</li>
<li><strong>H1 ก็ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วยเช่นกัน</strong> เพราะ Google ประมวลผล Title Tag กับ H1 ร่วมกัน โดยดู H1 รองลงมา<img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2685 size-full" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/H1-ก็ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วย.png" alt="H1 ก็ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วยเช่นกัน" width="512" height="278" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/H1-ก็ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วย.png 512w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/H1-ก็ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วย-300x163.png 300w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/H1-ก็ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วย-455x248.png 455w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></li>
<li><strong>การที่มีคีย์เวิร์ดหรือเนื้อหาซ้ำไปมาในหน้าเว็บไซต์</strong> ส่งผลเสียให้กับการจัดอันดับ</li>
<li><strong>เนื้อหาที่มีความยาวและครอบคลุมกับคำที่ค้นหา</strong> สามารถทำงานได้ดีกว่าเนื้อหาที่มีเพียงผิวเผิน</li>
<li><strong>สารบัญอ้างอิง</strong>ที่มาช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาของคุณได้ดีและจัดประเภทของเว็บไซต์ของคุณได้</li>
<li><strong>ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์</strong> เป็นหนึ่งในปัจจัยของการจัดอันดับ<img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2689 size-large" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์-1024x521.jpg" alt="ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์" width="840" height="427" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์-1024x521.jpg 1024w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์-300x153.jpg 300w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์-768x391.jpg 768w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์-1536x782.jpg 1536w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์-1405x715.jpg 1405w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์.jpg 1903w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></li>
<li><strong>Google ใช้ข้อมูลผู้ใช้ Chrome ในการวัด</strong>ว่าหน้าเว็บไซต์โหลดขึ้นให้ผู้ใช้ใช้งานได้เร็วแค่ไหน</li>
<li><strong>เพิ่มประสิทธิภาพรูปภาพ</strong>ด้วยการใส่คีย์เวิร์ดไปยังชื่อไฟล์รูปหรือ Alt Tag</li>
<li><strong>การอัปเดตเนื้อหาใหม่ ๆ</strong> เสมอในหน้านั้น ส่งผลต่อการจัดอันดับที่ดีขึ้น</li>
<li><strong>มีคีย์เวิร์ดปรากฏอยู่ในเนื้อหา 100 คำแรก</strong> ทำให้มีโอกาสติดอันดับในหน้าแรก</li>
<li><strong>Outbound Link</strong> ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของหน้าเว็บไซต์นั้น</li>
<li><strong>Outbound Link ที่มากเกินไป</strong> อาจเบี่ยงเบนความสนใจของเนื้อหาหลัก</li>
<li><strong>การสะกดคำหรือไวยากรณ์</strong> บ่งบอกถึงคุณภาพของเว็บไซต์</li>
<li><strong>ไม่ควรคัดลอกเนื้อหามา </strong>ถ้าถูกจับได้ว่าเป็นเนื้อหาที่ถูกคัดลอก จะไม่ได้รับการจัดอันดับ</li>
<li><strong>หน้าเว็บไซต์ต้องรองรับการทำงานในหลาย ๆ อุปกรณ์</strong></li>
<li><strong>การแทรก Internal Link ไว้บนเว็บไซต์</strong> สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์</li>
<li><strong>ลิงก์เว็บไซต์ที่มีปัญหาหรือเสีย</strong> แสดงว่าเว็บไซต์ของคุณถูกละเลย ไม่มีการดูแล</li>
<li><strong>Affiliate Link อาจไม่ส่งผลเสียต่ออันดับ</strong> แต่ Google มีโอกาสจะไปให้ความสำคัญกับลิงก์อื่น ๆ มากกว่า ถ้าหากคุณเป็นเว็บไซต์ที่มีขนาดเล็ก</li>
<li><strong>เนื้อหาบนเว็บไซต์ที่เบสิกและอ่านง่าย</strong> จะทำให้อันดับดีขึ้น<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2687 size-full" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/Google-ประเมินการอ่านแบบ-Basic.png" alt="เนื้อหาบนเว็บไซต์ที่เบสิกและอ่านง่าย" width="528" height="92" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/Google-ประเมินการอ่านแบบ-Basic.png 528w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/Google-ประเมินการอ่านแบบ-Basic-300x52.png 300w" sizes="auto, (max-width: 528px) 100vw, 528px" /></li>
<li><strong>HTML ที่ผิดพลาด</strong> อาจทำให้เว็บไซต์ถูกจัดว่ามีคุณภาพต่ำ ส่งผลเสียให้แก่คุณ</li>
<li><strong>โดเมนที่มีความน่าเชื่อถือ</strong>มักได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่า</li>
<li><strong>URL ที่ยาวเกินไป</strong> ส่งผลต่อการมองเห็นของเครื่องมือการค้นหา ยิ่งสั้นยิ่งได้เปรียบ</li>
<li><strong>คีย์เวิร์ดบนลิงก์</strong>เป็นอีกหนึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องในการทำ SEO</li>
<li><strong>สัญลักษณ์ในหัวข้อย่อยและจำนวนเลขข้อ</strong> ช่วยให้เนื้อหาของคุณเป็นมิตรกับการอ่านของผู้ใช้มากขึ้น</li>
<li><strong>Google จะไม่ให้คะแนนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเดิม ๆ</strong> ไม่มีการอัปเดตสิ่งใหม่ โดยเฉพาะเว็บไซต์ขนาดเล็ก</li>
<li><strong>โครงสร้างของเว็บไซต์ที่ดี</strong> ช่วยให้ Google สามารถจัดระเบียบการค้นหาของคุณได้ตามหัวข้อต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ Google เข้าถึงและจัดทำดัชนีหน้าเว็บไซต์ทั้งหมดของคุณได้</li>
<li><strong>หากเว็บไซต์ของคุณหยุดการทำงานเป็นเวลานาน</strong>หรือมีปัญหาเซิร์ฟเวอร์จนส่งผลเสียแก่เว็บไซต์ อาจมีผลให้อันดับของคุณตกหล่นลง</li>
<li><strong>Google ยืนยันว่าใช้ HTTPS</strong> เป็นหนึ่งในการจัดอันดับ<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2688 size-full" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/Google-ยืนยันว่าใช้-HTTPS-เป็นหนึ่งในการจัดอันดับ.png" alt="Google ยืนยันว่าใช้ HTTPS" width="512" height="485" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/Google-ยืนยันว่าใช้-HTTPS-เป็นหนึ่งในการจัดอันดับ.png 512w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/09/Google-ยืนยันว่าใช้-HTTPS-เป็นหนึ่งในการจัดอันดับ-300x284.png 300w" sizes="auto, (max-width: 512px) 100vw, 512px" /></li>
<li><strong>ข้อมูลในเมต้าที่ซ้ำกัน</strong>ส่งผลให้อันดับของคุณลดลง</li>
<li><strong>เว็บไซต์ที่ใช้งานยาก</strong> อาจส่งผลให้เกิด Bource Rate</li>
<li><strong>Google Analytics และ Google Search Console</strong> ช่วยปรับปรุงให้เว็บไซต์ของคุณ พร้อมทั้งส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับด้วยการส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ Google</li>
<li><strong>รีวิวหรือชื่อเสียง</strong> มีบทบาทสำคัญต่อ อัลกอริทึม Google</li>
<li><strong>PageRank</strong> เป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับ Google</li>
<li><strong>ลิงก์ที่ถูกฝังในเนื้อหา</strong> มักมีประสิทธิภาพมากกว่าลิงก์ที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์เปล่า ๆ</li>
<li><strong>ลิงก์ที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา</strong>มักมีประสิทธิภาพมากกว่าลิงก์ที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ เลย</li>
<li><strong>ลิงก์จากเพจที่ได้รับความน่าเชื่อถือ</strong> มักได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ</li>
<li><strong>ลิงก์ที่มาจาก Wikipedia</strong> มักได้รับความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือในสายตาของเครื่องมือการค้นหา</li>
<li><strong>ลิงก์ที่ได้รับการคลิกมากขึ้นใน CTR</strong> อาจได้รับการเพิ่ม SERP สำหรับคีย์เวิร์ดนั้น ๆ</li>
<li><strong>เว็บไซต์ที่มีการเข้าชมโดยตรง</strong>โดนการพิมพ์ URL จะถูกจัดว่ามีคุณภาพสูง</li>
<li><strong>เว็บไซต์ที่ได้รับการเข้าชมซ้ำ ๆ</strong> อาจได้รับการเพิ่มอันดับใน Google</li>
<li><strong>หน้าเว็บไซต์ที่ได้รับการ Bookmark</strong> อาจได้รับการพิจารณา</li>
<li><strong>หน้าเว็บไซต์ที่มีความคิดเห็นเยอะ ๆ</strong> แสดงให้เห็นถึงการตอบโต้กับผู้ใช้และคุณภาพผู้ใช้ พร้อมทั้งส่งผลต่อการจัดอันดับ</li>
<li><strong>ผู้ใช้งานถ้าอยู่ในเว็บไซต์คุณยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งดี</strong></li>
<li><strong>Google เลือกเนื้อหาโดยใช้ Featured Snippets</strong> โดยพิจารณาจากความยาวของเนื้อหา, การจัดรูปแบบการใช้งานบนเพจและการใช้งาน HTTP</li>
<li><strong>Google ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มี IP Server ภายในและนามสกุลโดเมนเฉพาะประเทศ</strong></li>
<li><strong>เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้ใหญ่</strong>จะไม่ปรากฏใน Safe Search</li>
<li><strong>ผู้ใช้งานที่ค้นหาชื่อแบรนด์ของคุณ</strong> ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดหลัก Google อาจเพิ่มการจัดอันดับให้คุณ</li>
<li><strong>เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพต่ำ</strong> จะถูกมองเห็นได้น้อย หลังจากที่พิจารณาจากอัลกอริทึมแพนด้า</li>
<li><strong>การแอบเปลี่ยนเส้นทางของลิงก์</strong> อาจไม่ถูกพิจารณา</li>
<li><strong>Pop-up หรือโฆษณาที่ก่อเกิดความน่ารำคาญ</strong> ทำให้เว็บไซต์ของคุณได้รับคุณภาพต่ำ</li>
<li><strong>Google จะมีการลงโทษเว็บไซต์ที่มีความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพมากเกินไป</strong></li>
<li><strong>การโฆษณาครึ่งหน้าเว็บไซต์</strong>ไม่ได้ส่งผลที่ดี</li>
<li><strong>ถ้าเว็บไซต์ถูกแฮ็ก</strong> อาจทำให้คุณหลุดจากหน้าการค้นหา</li>
<li><strong>Google Sandbox</strong> ทำหน้าที่จำกัดการมองเห็นชั่วคราว</li>
</ol>
<p>นี่เป็นเพียงหลักเกณฑ์ที่ผมรวบรวมเกี่ยวกับ อัลกอริทึม Google ที่ถูกนำไปพิจารณาเพื่อจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณ บางข้อหลาย ๆ คนคงรู้อยู่แล้ว แต่บางข้อก็ยังไม่รู้ นอกจากนี้ ยังมีอัลกอริทึม ที่กูลเกิลนำเข้ามาใช้พิจารณาผลการจัดอันดับด้วยอีก 9 แบบ โดยมีดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><strong>Panda Algorithm</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่ใช้ตรวจวัดและจัดอันดับของเว็บไซต์ โดยจะเน้นไปที่เนื้อหาซะส่วนใหญ่ ทำการลดอันดับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพ, เนื้อหาที่โดนสแปม, เนื้อหาที่ลอกเว็บไซต์อื่น และเนื้อหาที่น้อยเกินไป</li>
<li><strong>Penguin Algorithm</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่มีไว้ตรวจสอบการเชื่อมโยงกับ BackLink จากเว็บไซต์ภายนอกที่ถูกมองว่าเป็นสแปม โดยมีการทำงานแบบเรียลไทม์ พิจารณาเว็บไซต์ที่มีการเชื่อมโยงลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพ ให้ถูกลดอันดับลงได้</li>
<li><strong>Pirate Algorithm</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่ตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็น เพลง, ภาพยนตร์, บทความ</li>
<li><strong>Hummingbird</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่นำเสนอเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับคำที่ผู้ใช้งานค้นหา แทนที่จะโฟกัสแค่ Keyword เพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งประมวลผลสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหาไปจนถึงความหมายของคำ ๆ นั้น เพื่อให้ผลการค้นหาออกมาถูกตามต้องการ</li>
<li><strong>Pigeon</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่คำนึงผลการค้นหาจากเว็บไซต์ท้องถิ่น โดยยึดตำแหน่งของผู้ค้นหาเป็นหลัก หากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการระบุถึงที่อยู่ เบอร์โทรหรือไม่มีการอ้างอิงท้องถิ่นนั้น อาจทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ถูกแสดงในหน้าผลการค้นหา</li>
<li><strong>Mobile Friendly Update</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของคุณสามารถรองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือไม่ ถ้ายิ่งเว็บไซต์ของคุณออกแบบมาให้รองรับได้ทุกอุปกรณ์ ผลการจัดอันดับของคุณก็จะขึ้นไปอยู่ยังหน้าแรก ๆ ได้</li>
<li><strong>RankBrain</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่นำระบบ Machine Leaning เข้ามาใช้ในการประมวลผลการค้นหาให้ดีขึ้น ตอบสนองผลการค้นหาของผู้ใช้งานได้</li>
<li><strong>Possom</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่กรองการจัดอันดับในท้องถิ่น ยิ่งถ้าผู้ค้นหาอยู่ใกล้กับธุรกิจนั้น ๆ มากเท่าไหร่ ก็มีสิทธิ์ที่จะค้นหาธุรกิจนั้นเจอได้ง่ายกว่าธุรกิจอื่น ๆ</li>
<li><strong>Fred</strong><br />
เป็นอัลกอริทึมที่กรองผลการค้นหาที่หวังประโยชน์เพียงอย่างเดียว เช่น ต้องการสร้างรายได้โฆษณา, สร้างรายได้จาก Affiliate เป็นต้น</li>
</ol>
<p>อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผมหวังว่าข้อมูลที่ผมรวบรวมมา จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านสำหรับการไปทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของผู้อ่านทุกคน ครั้งหน้า ผมจะมีความรู้หรือข้อมูลดี ๆ อะไรมาฝากอีก รอติดตามกันได้ครับ</p>
<p>ที่มา <a href="https://backlinko.com/google-ranking-factors" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://backlinko.com/google-ranking-factors</a><br />
<a href="https://www.google.com/search/howsearchworks" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://www.google.com/search/howsearchworks</a><br />
<a href="https://papayiw.com/google-algorithm-seo" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://papayiw.com/google-algorithm-seo</a></p>

		</div>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div></div></div></div>
</div>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://insawasd.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%a1-google/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
