<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Landing Page &#8211; Insawasd</title>
	<atom:link href="https://insawasd.com/tag/landing-page/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://insawasd.com</link>
	<description>Wongsathorn Insawasd</description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Jan 2021 04:17:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.11</generator>

<image>
	<url>https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/04/fav-icon-150x150.png</url>
	<title>Landing Page &#8211; Insawasd</title>
	<link>https://insawasd.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สร้าง Call to Action อย่างไร? ให้ดึงดูดผู้ชมมากที่สุด</title>
		<link>https://insawasd.com/how-to-create-call-to-action/</link>
					<comments>https://insawasd.com/how-to-create-call-to-action/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Wongsathorn Insawasd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jan 2021 04:16:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Digital Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Call to Action]]></category>
		<category><![CDATA[CTA]]></category>
		<category><![CDATA[Landing Page]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://insawasd.com/?p=2783</guid>

					<description><![CDATA[ปกติแล้ว เวลาที่ธุรกิจสร้างแคมเปญการตลาด นอกจากการโปรโมทแคมเปญนั้น ๆ สิ่งที่ธุรกิจต้องการคืออยากให้ผู้ที่พบเห็นหรือผู้ที่มีโอกาสจะมาเป็นลูกค้า กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อแคมเปญหรือธุรกิจของตัวเอง Call to Action เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ ที่จะช่วยตอบสนองความต้องการทั้งในฝั่งของลูกค้าเองและฝั่งของตัวธุรกิจเอง วันนี้ ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับเครื่องมือตัวนี้ว่ามันคืออะไร ใช้งานอย่างไร และมีประโยชน์ต่อธุรกิจมากน้อยแค่ไหน มาดูกันครับ…]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="container"><div class="row"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-8"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ปกติแล้ว เวลาที่ธุรกิจสร้างแคมเปญการตลาด นอกจากการโปรโมทแคมเปญนั้น ๆ สิ่งที่ธุรกิจต้องการคืออยากให้ผู้ที่พบเห็นหรือผู้ที่มีโอกาสจะมาเป็นลูกค้า กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อแคมเปญหรือธุรกิจของตัวเอง Call to Action เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ ที่จะช่วยตอบสนองความต้องการทั้งในฝั่งของลูกค้าเองและฝั่งของตัวธุรกิจเอง วันนี้ ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับเครื่องมือตัวนี้ว่ามันคืออะไร ใช้งานอย่างไร และมีประโยชน์ต่อธุรกิจมากน้อยแค่ไหน มาดูกันครับ…</p>
<p><strong>Call to Action คืออะไร</strong></p>
<p>Call to Action คือการกระตุ้นให้ตัดสินใจหรือให้ผู้ที่พบเห็นตอบสนองกับอะไรบางอย่าง โดยปกติจะถูกนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนจากผู้ชมทั่วไปให้กลายมาเป็นลูกค้า ปุ่มเหล่านั้นจะมีจุดประสงค์ต่างกันไปตามแคมเปญการตลาด ยกตัวอย่างเช่น</p>
<ul>
<li>ซื้อสินค้าหรือบริการ</li>
<li>ดาวน์โหลด E-Book</li>
<li>ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร</li>
<li>แชร์บทความลงโซเชียล</li>
</ul>
<p>ซึ่งปกติเวลาที่ทำแคมเปญเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้คำที่เชิญชวนและน่าสนใจ ปุ่มจะต้องดูโดดเด่น จนผู้ใช้งานอยากคลิก โดยทั่วไปแล้ว Call to Action จะปรากฏอยู่ตามที่ต่าง ๆ ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>ปุ่มบนหน้าเว็บไซต์</strong><br />
เป็นตำแหน่งที่ผู้ชมเว็บไซต์จะเห็นได้บ่อยที่สุด โดยปกตินักออกแบบเว็บไซต์ มักออกแบบและวางปุ่มไว้ในตำแหน่งที่ผู้เข้าชมเข้ามาแล้วจะพบเห็นได้ทันที</li>
<li><strong>ปุ่มแคมเปญหรือป๊อบอัพเว็บไซต์</strong><br />
เมื่อคุณรันแคมเปญหรือสร้างป๊อบอัพบนหน้าเว็บไซต์ ต้องสั้นและกระชับ สามารถโน้มน้าวใจผู้ชมได้ทันทีที่เห็น ดึงดูดความสนใจและทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ทันทีว่าจะได้ประโยชน์อะไรจากการคลิก</li>
<li><strong>Anchor ใน Blog</strong><br />
ปกติในบล็อกหรือบทความมักมีการแฝงลิงก์เข้าไปใน Text หรือประโยคใดประโยคหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นการเชิญชวนให้ไปอ่านบทความอื่น ๆ ต่อ หรือเป็นบทความที่เกี่ยวกับบริการของธุรกิจ และเขียนลงท้ายให้ผู้อ่านคลิกเข้าไปเพื่อใช้บริการก็ได้เหมือนกัน</li>
<li><strong>ปุ่มในอีเมล</strong><br />
รู้ไหม ? ว่าคุณสามารถใส่ Call to Action เข้าไปยัง Email Marketing ได้ เพื่อเชิญชวนให้ผู้ที่ได้รับอีเมลเหล่านั้น สามารถออกแบบให้สวยงามเหมือนหน้าเว็บไซต์ได้เช่นกัน</li>
<li><strong>แคปชันโพสต์บน Social Media</strong><br />
หากโซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของธุรกิจคุณ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าคำกระตุ้นต่าง ๆ นั้นส่งผลต่อโพสต์บนโซเชียลมีเดียนั้นมากแค่ไหน พยายามเขียนให้ผู้ชมรู้ทันทีว่าพวกเขาควรทำอะไรต่อไป</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ประโยชน์ของ Call to Action</strong></p>
<p>สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงรับรู้ได้หมดแล้วว่าปุ่ม Call to Action นั้นสำคัญแค่ไหน ไม่เพียงแต่เป็นปุ่มที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ชม แต่สามารถเปลี่ยนผู้ชมที่ผ่านไปผ่านมาบนหน้าเว็บไซต์ ให้กลายมาเป็นลูกค้าของคุณได้ทันทีด้วยปุ่มเดียว เรียกได้ว่ามีประโยชน์และมีความสำคัญต่อธุรกิจที่กำลังทำแคมเปญการตลาดหรือธุรกิจที่ต้องการทำ CRM ลูกค้าได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว</p>
<h2>สร้าง Call to Action อย่างไรให้น่าสนใจ</h2>
<ol>
<li><strong>ใช้คำที่บอกชัดว่าต้องทำอะไร</strong><br />
การกระตุ้นที่ดี คือการใช้คำที่บอกว่าเขาต้องทำอะไรอย่างชัดเจน เช่น เข้าร่วม Webinar วันนี้ เป็นต้น เพื่อให้เกิดการคลิกในทันที อย่างที่หลายคนบอก พลังของการใช้คำนั้นมีค่ามาก ๆ หากใช้คำที่ดี จะยิ่งกระตุ้นให้อยากคลิกมากกว่าเดิมแน่นอน</li>
<li><strong>โฟกัสที่ Value</strong><br />
ปุ่ม Call to Action บางปุ่มนั้นมุ่งไปที่ส่งที่นำเสนอหรือส่งที่ผู้ชมจะได้ ด้วยการเพิ่มคำว่า “ฟรี” หรือ “ส่วนพิเศษ” ซึ่งจะดึงดูดการคลิกได้ดี แถมยังเพิ่ม Conversion ให้คุณด้วย</li>
<li><strong>เพิ่มความอยากรู้หรือความคาดหวัง</strong><br />
ส่วนใหญ่แล้ว การเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นหรือความคาดหวังให้กับผู้ชม ก่อนที่จะคลิก มักจะได้ผลดี โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการให้ผู้ชมร่วมเล่นเกม เสนอโปรโมชันให้กับผู้ชม เพื่อให้ความอยากรู้และกระทำสิ่งที่คุณต้องการ</li>
<li><strong>ออกแบบ CTA ให้โดดเด่น</strong><br />
การออกแบบปุ่ม CTA ให้ดูโดดเด่นทำได้ไม่ยาก นอกจากการทำให้ใหญ่และเห็นเด่นชัด การเล่นสีก็สำคัญเช่นกัน ปกติหน้าเว็บไซต์ที่มีปุ่มนี้อยู่ ในส่วนนั้นมักจะออกแบบให้พื้นหลังมีสีขาว และเล่นสีกับปุ่ม เพื่อให้ดูโดดเด่นขึ้นมาจากหน้าเว็บไซต์</li>
<li><strong>อย่าลืมทดสอบปุ่ม CTA</strong><br />
บางครั้งการออกแบบและใช้คำดึงดูดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากคุณต้องการที่จะดูด้วยว่า ปุ่มนั้นทำงานแล้วได้ผลลัพธ์อย่างไร ลองทำทดสอบ A/B ของแต่ละปุ่ม ว่าปุ่มไหนทำงานออกมาได้ดีกว่ากัน หลังจากนั้นค่อยเลือกมาใช้เป็นปุ่มหลักที่คุณต้องการ</li>
</ol>
<p>เพียงเท่านี้ คุณก็ได้รู้จักกับ Call to Action รวมถึงเทคนิคในการสร้างให้ดึงดูดผู้ชมกันแล้วใช่ไหมครับ? หวังว่าจะนำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณได้ ในบทความหน้า ผมจะนำสาระน่ารู้หรือเรื่องที่น่าสนใจใด ๆ มาฝากอย่าลืมติดตามกันนะครับ</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div></div></div></div>
</div>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://insawasd.com/how-to-create-call-to-action/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้าง Landing Page ง่าย ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจคุณ</title>
		<link>https://insawasd.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-landing-page-%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%86/</link>
					<comments>https://insawasd.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-landing-page-%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%86/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Wongsathorn Insawasd]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2020 03:00:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Digital Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Website Development]]></category>
		<category><![CDATA[Landing Page]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://insawasd.com/?p=2611</guid>

					<description><![CDATA[โดยปกติแล้ว เวลาที่ธุรกิจทำแคมเปญทางการตลาดไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ มักจะโปรโมทตามช่องทางที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้จำนวนมาก ๆ อย่างโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของตัวธุรกิจเอง แต่รู้หรือไม่? ว่านอกจากช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ของคุณแล้ว สิ่งที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาและช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีเลย นั่นก็คือ Landing Page ดังนั้น วันนี้มาลองทำความรู้จัก Landing Page แบบง่าย ๆ กันดีกว่าครับ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="container"><div class="row"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-8"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>โดยปกติแล้ว เวลาที่ธุรกิจทำแคมเปญทางการตลาดไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ มักจะโปรโมทตามช่องทางที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้จำนวนมาก ๆ อย่างโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของตัวธุรกิจเอง แต่รู้หรือไม่? ว่านอกจากช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ของคุณแล้ว สิ่งที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาและช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีเลย นั่นก็คือ Landing Page ดังนั้น วันนี้มาลองทำความรู้จัก Landing Page แบบง่าย ๆ กันดีกว่าครับ</p>
<p><strong>Landing Page คืออะไร</strong><br />
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์แรกที่ผู้เข้าชมจะเห็นหลังจากที่กดปุ่ม CTA ผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือแม้แต่ปุ่ม CTA ที่เห็นจากโฆษณาตามโซเชียลมีเดีย หน้าที่ของมัน คือช่วยดึงดูดลูกค้า โปรโมทสินค้าและอาจจะช่วยให้คุณสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจคุณได้ด้วย โดยรูปแบบของ Landing Page ที่ควรเป็น มีดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>เรื่องที่จะสื่อสารควรเป็นเรื่องเดียว</strong><br />
ด้วยความที่ Landing Page เป็นหน้าเว็บไซต์ที่เป็นแบบ One Page การที่จะยำทุกสิ่งเข้ามายังหน้าเดียวนั้น จะทำให้เป็นหน้าเว็บที่ไม่น่าสนใจ ดังนั้น ควรเลือกที่จะสื่อสารกับผู้ที่ผ่านมาเห็นเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น เช่น ต้องการให้สมัครสมาชิก, เสนอโปรโมชันในฤดูกาล เป็นต้น</li>
<li><strong>พาดหัวข้อให้น่าสนใจ</strong><br />
ชื่อหัวข้อควรมีความน่าสนใจ แค่เห็นก็อยากกดคลิก ถ้าเกี่ยวกับโปรโมชัน ลดราคา หรือสิทธิพิเศษให้ใส่คำนั้นเข้าไปเลยเพื่อดึงความสนใจ</li>
<li><strong>คำเชิญชวนสำคัญยิ่ง</strong><br />
นอกจากการพาดหัวข้อที่น่าสนใจแล้ว คำที่ใช้ในหน้า Landing Page ก็สำคัญเช่นกัน จะใช้คำอย่างไร ให้ผู้ที่เข้ามาหน้านี้ ทำตามจุดประสงค์ที่คุณต้องการ อย่างเช่น ลงทะเบียนตอนนี้ รับสิทธิใช้งานฟรี 30 วัน เป็นต้น</li>
<li><strong>ฟอร์มลงทะเบียน </strong><br />
ฟอร์มสำหรับการลงทะเบียนเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการทำ CRM เก็บข้อมูลลูกค้า แต่ข้อมูลที่ต้องการให้กรอกต้องไม่เยอะเกินไป อาจจะให้ใส่แค่ข้อมูลที่สำคัญ แค่ชื่อ นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ก็เพียงพอ</li>
</ol>
<p>ยิ่งถ้าหากว่าคุณจะใช้ Landing Page ในการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจหรือนำไปทำแคมเปญทางการตลาดออนไลน์ จำเป็นต้องมีการ Tracking ข้อมูลอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ติดตามข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้าผ่านหน้า Landing Page ได้เช่นกัน</p>
<p>อ่านบทความเกี่ยวกับเว็บไซต์เพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://insawasd.com/blog/">คลิก</a></p>

		</div>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div></div></div></div>
</div>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://insawasd.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-landing-page-%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%86/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
