<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>web.dev &#8211; Insawasd</title>
	<atom:link href="https://insawasd.com/tag/web-dev/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://insawasd.com</link>
	<description>Wongsathorn Insawasd</description>
	<lastBuildDate>Wed, 14 Aug 2024 07:58:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.10</generator>

<image>
	<url>https://insawasd.com/wp-content/uploads/2020/04/fav-icon-150x150.png</url>
	<title>web.dev &#8211; Insawasd</title>
	<link>https://insawasd.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เทคนิคปรับเว็บไซต์ให้รองรับ SEO แบบเต็ม 100 บน web.dev</title>
		<link>https://insawasd.com/make-web-for-seo/</link>
					<comments>https://insawasd.com/make-web-for-seo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Wongsathorn Insawasd]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Mar 2021 08:20:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Website Development]]></category>
		<category><![CDATA[web.dev]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://insawasd.com/?p=2814</guid>

					<description><![CDATA[หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง แล้วอยากรู้ว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นมีประสิทธิภาพมากเพียงใด รองรับการทำเว็บไซต์ SEO ไหม หรือความเร็วเว็บไซต์เพียงพอต่อการใช้งานหรือเปล่า คงอยากรู้เทคนิคปรับเว็บไซต์ในส่วนตรงนี้ใช่ไหม]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="container"><div class="row"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-8"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง แล้วอยากรู้ว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นมีประสิทธิภาพมากเพียงใด รองรับการทำเว็บไซต์ SEO ไหม หรือความเร็วเว็บไซต์เพียงพอต่อการใช้งานหรือเปล่า คงอยากได้เครื่องมือที่มาช่วยงานในส่วนตรงนี้ได้ใช่ไหมละครับ ผมมีเทคนิคปรับเว็บไซต์ให้รองรับ SEO มาฝากครับ</p>
<p><strong>เช็กเว็บไซต์ด้วย Web.dev</strong></p>
<p><strong>Web.dev</strong> เป็นเครื่องมือที่ช่วยวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์คุณว่าทำงานได้ดีแค่ไหน พร้อมไกด์ปรับปรุงแก้ไขเว็บไซต์ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ <a href="https://web.dev/measure/" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://web.dev/measure/</a> และแปะลิงก์เพื่อเช็ก หลังจากนั้น ก็กด View Report เพื่อดูผลลัพธ์ของการเช็ก โดยในหน้า Report จะแสดงผลลัพธ์ออกมา 4 ด้าน ดังนี้</p>
<ul>
<li>Performance</li>
<li>Accessibility</li>
<li>Best Practices</li>
<li>SEO</li>
</ul>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-2836 size-full" title="web.dev and lighthouse 100 score" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/web.dev-100-score.png" alt="" width="975" height="585" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/web.dev-100-score.png 975w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/web.dev-100-score-300x180.png 300w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/web.dev-100-score-768x461.png 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element vc_custom_1616478042468" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2>Performance</h2>
<h3>Metrics</h3>
<h4>First Contentful Paint</h4>
<p>เป็นหนึ่งในเมตริกที่วัดระยะเวลาหรือวัดความเร็วในการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์เมื่อ DOM ตัวแรกปรากฏขึ้น แม้หน้าเว็บไซต์ยังแสดงข้อมูลไม่ครบก็ตาม</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
ปัญหาหลักสำคัญสำหรับ FCP คือ การดาวน์โหลดฟ้อนต์ ดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟ้อนต์ที่นำมาใช้ จะไม่ทำให้เว็บไซต์ของคุณดาวน์โหลดช้าเกินไป</p>
<h4>Speed Index</h4>
<p>เป็นหนึ่งในเมตริกที่วัดความเร็วในการแสดงเนื้อหาระหว่างการโหลดหน้าเว็บไซต์ โดย Lighthouse จะจับความเร็วภาพของวิดีโอที่โชว์บนหน้าเว็บไซต์ จากนั้นจะใช้ Speedline Node.js module เพื่อสร้างคะแนนของ Speed Index</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
แม้ว่าคุณจะทำการปรับปรุงความเร็วในการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มคะแนน Speed Index แล้ว แต่ก็จำเป็นต้องแก้ไขให้คะแนนดีมากขึ้น เช่น ลด Thread work หลัก, ลดเวลาในการดำเนินการของ JavaScript เป็นต้น</p>
<h4>Largest Contentful Paint</h4>
<p>เมตริกที่วัดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นโหลดหน้าเว็บไซต์ จนกระทั่งโหลด Element ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเว็บไซต์เสร็จ ว่าใช้ระยะเวลาไปนานแค่ไหน ปกติแล้ว LCP จะเกิดปัญหาขึ้นก็ต่อเมื่อ</p>
<ul>
<li>Server ตอบสนองช้า</li>
<li>บล็อกการแสดงผล JavaScript และ CSS</li>
<li>ใช้ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เกินไป ส่งผลให้เกิดการดาวน์โหลดช้า</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span></p>
<ul>
<li>ใช้การโหลดแบบทันทีด้วยรูปแบบ PRPL</li>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลที่สำคัญ โดยเฉพาะ CSS และ JavaScript</li>
<li>ปรับขนาดภาพให้มีขนาดที่เหมาะสม</li>
<li>ปรับแต่ฟ้อนต์ของเว็บ</li>
</ul>
<h4>Time to Interactive</h4>
<p>เมตริกที่ทำหน้าที่วัดระยะเวลาที่เว็บไซต์ดาวน์โหลดตั้งแต่เริ่มโหลดหน้าเว็บไซต์ จน Resource ทั้งหมดขึ้นมาจนครบ และพร้อมตอบสนองการใช้งาน โดยปกติแล้วควรมีระยะเวลาไม่เกิน 50 มิลลิวินาที</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
การปรับปรุงที่ส่งผลอย่างมากสำหรับการทำ Time to Interactive คือลบ JavaScript ที่ไม่จำเป็นออกไป และมองหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ JavaScript ที่มีให้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะการลด Payloads ของ JavaScript ด้วยการแยกโค้ดและใช้รูปแบบ PRPL</p>
<h4>Total Blocking Time</h4>
<p>วัดระยะเวลาทั้งหมดที่เพจถูกบล็อกไม่ให้ตอบสนองต่อการป้อนข้อมูลของผู้ใช้งาน เช่น การคลิกบนหน้าจอ เป็นต้น ถ้ามีการดำเนินการนานกว่า 50 ms ระยะเวลาหลังจากเวลานี้ จะถูกนับเป็นเวลาที่โดนบล็อก ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุที่ทำให้เกิดระยะเวลายาวนานเหล่านั้น เกิดจาก</p>
<ul>
<li>การเรียกใช้ JavaScript ที่ไม่จำเป็น</li>
<li>คำสั่ง JavaScript ไม่มีประสิทธิภาพ</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
ตรวจดูว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำระยะเวลาที่ยาวนานอันนั้น เพื่อเรียนรู้และปรับปรุงประสิทธิภาพในส่วนนั้น</p>
<h4>Cumulative Layout Shift</h4>
<p>วัดผลรวมของคะแนนการเลื่อนของ Layout ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดในช่วงอายุการใช้งานทั้งหมดของเว็บไซต์ โดยจะเปิดขึ้นทุกครั้งที่ Element เปลี่ยนตำแหน่งจากเฟรมหนึ่งไปอีกเฟรมหนึ่ง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
สำหรับเว็บไซต์ คุณสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้ โดยยึดแนวทางในการทำงานดังนี้</p>
<ul>
<li>ใส่ขนาดของ Attributes ไว้ใน Element ของรูปภาพและวิดีโอเสนอ กำหนดอัตราส่วนต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถจัดสรรสัดส่วนได้อย่างถูกต้อง</li>
<li>อย่าพยายามแทรกเนื้อหาไว้บนเนื้อหาที่มีอยู่ ยกเว้นจะทำไปเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้</li>
</ul>
<h3><img decoding="async" class="alignnone wp-image-2838 size-full" title="100 Performance" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Performance.png" alt="" width="917" height="704" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Performance.png 917w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Performance-300x230.png 300w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Performance-768x590.png 768w" sizes="(max-width: 917px) 100vw, 917px" /></h3>
<h3>Preload key requests</h3>
<p>พิจารณาการใช้ &lt;link rel=preload&gt; เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการดึงทรัพยากรที่ร้องขอภายหลังจากการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์</p>
<h3>Remove unused CSS, Remove unused JavaScript</h3>
<p>พยายามลบ CSS และ JavaScript ที่ไม่ใช่ออกไปบ้าง เพื่อให้เว็บไซต์โหลดได้เร็วมากขึ้น เพราะก่อนที่เว็บไซต์จะโหลดเสร็จต้องผ่านการโหลดตัวที่ไม่ได้ใช้ด้วย จะทำให้การโหลดหน้าเว็บไซต์ช้าขึ้นไปอีก</p>
<h3>Does not use passive listeners to improve scrolling performance</h3>
<p>ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติกับประสิทธิภาพของ Scrolling ควบคุม Script เหล่านี้ให้ได้ บางทีอาจมี Script จาก Third-Party ที่อาจส่งผลกระทบให้ Scrolling ผิดปกติได้</p>
<h3>Minimize main-thread work</h3>
<p>ทุกๆครั้งที่เว็บไซต์ถูกเปิดขึ้นมา ระบบจะสร้าง Thread ขึ้นมา เราเรียกมันว่า Main-Thread หรืออีกชื่อหนึ่งคือ UI Thread มันคือ Thread ที่เป็นส่วนที่เอาไว้ติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้ ที่ประกอบไปด้วย HTML, CSS และ JavaScript หากการทำงานของ Main Thread ใช้เวลานานเกินไปอาจส่งผลให้ UX ไม่ดีและใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บช้า</p>
<h3>Reduce JavaScript execution time</h3>
<p>เมื่อ JavaScript ของคุณใช้เวลาในการดำเนินการยาวนาน อาจมีสาเหตุมาจาก ขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป และมีจำนวนไฟล์ที่มากเกินไป เพราะฉะนั้นควรโหลด JavaScript ให้น้อยและขนาดไฟล์ให้เล็ก</p>
<h3>Avoid chaining critical requests</h3>
<p>ชุดคำขอเครือข่ายที่ขึ้นตรงต่อกันและมีผลต่อการแสดงผลหน้าเว็บไซต์ ยิ่งถ้า Chain มีความยาวมากและขนาดการดาวน์โหลดที่มากขึ้น จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span></p>
<ul>
<li>ลดจำนวน DOM ให้เหลือน้อยที่สุด</li>
<li>ปรับจำนวน critical byte ให้เหมาะสม เพื่อลดเวลาในการดาวน์โหลด</li>
</ul>
<h3>Keep request counts low and transfer sizes small</h3>
<p>ยิ่งต้องมีการโหลดเนื้อหาบนหน้าเว็บของคุณมากขึ้นเท่าไหร่ เซิร์ฟเวอร์ของคุณจะทำงานมากขึ้น เว็บไซต์ของคุณก็จะใช้เวลาโหลดนานขึ้นเท่านั้น ดังนั้นผมแนะนำให้คุณลดจำนวนไฟล์การดาวน์โหลดบนหน้าให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นให้น้อยที่สุด</p>
<h3>Avoid large layout shifts</h3>
<p>คือการตรวจจับ DOM ที่มีส่วนร่วมหรือส่งผลกระทบต่อ CLS ของเพจมากที่สุด</p>
<h3>Avoid long main-thread tasks</h3>
<p>แสดงการรายงานที่ใช้ระยะเวลานานที่สุดของ Main-Thread ซึ่งตรงนี้มีประโยชน์สำหรับการระบุไฟล์ที่หน่วงเวลาในการโหลดหน้าเว็บที่สุด</p>
<h3>Eliminate render-blocking resources</h3>
<p>ปกติแล้วเมื่อมีการเข้าเว็บไซต์ เบราว์เซอร์จะทำการโหลด โดยการอ่านโค้ดจากบนลงล่างไปเรื่อยๆ แต่ในระหว่างที่กำลังโหลดนั้น หากพบไฟล์ CSS หรือ JavaScript มันจะหยุดอ่านและทำการวิเคราะห์ว่าไฟล์ว่า ไฟล์นี้จะถูกนำไปใช้ในส่วนใดของเว็บ จากนั้นถึงค่อยทำการโหลดหน้าเว็บต่อไป สคริปต์เหล่านี้จะทำให้เว็บคุณโหลดช้าลง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
ส่วนของ JavaScript &#8211; เอา Script ไปวางไว้ก่อนปิดแท็ก Body ในหน้านั้น<br />
ส่วนของ CSS &#8211; นำ &lt;link rel=”stylesheet” href=”styles.css”&gt; ไปวางไว้ในส่วนของ Body แทน</p>
<h3>Properly size images, Efficiently encode images</h3>
<p>ปัญหาเกี่ยวกับขนาดภาพบนหน้าเว็บไซต์ โดยอาจเกิดจากขนาดภาพไม่เหมาะสม ทั้งขนาดที่ใหญ่ไปจนทำให้เว็บโหลดช้าหรือขนาดเล็กไปจนไม่ผ่านการเช็กของ Google</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span></p>
<ul>
<li>ลดขนาดของภาพให้เล็กลง อาจใช้โปรแกรม Photoshop หรือ เข้าไปที่เว็บไซต์ tinypng.com</li>
<li>หากคุณใช้ WordPress สามารถใช้ WordPress ในการลดขนาดภาพได้</li>
</ul>
<h3>Defer offscreen images</h3>
<p>เกิดจากการที่รูปภาพโหลดขณะที่ยัง Scroll Down ไปไม่ถึง อาจทำให้เกิดปัญหาในการดาวน์โหลดเว็บไซต์ช้ากว่าเดิม</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
นำ Lazy Load มาใช้ในการจัดการ เพื่อกันไม่ให้ดาวน์โหลดรูป เมื่อยัง Scroll ลงมาไม่ถึงในส่วนนั้น</p>
<h3>Minify CSS</h3>
<p>การลดขนาดของไฟล์ CSS สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการโหลดหน้าเว็บไซต์ เพราะไฟล์ CSS มักมีขนาดใหญ่กว่าที่จำเป็น ซึ่ง Minify JavaScript ก็เช่นกัน</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
สำหรับเว็บไซต์ขนาดเล็กที่ไม่ได้มีการอัปเดตบ่อย ๆ อาจใช้บริการออนไลน์เพื่อลดขนาดไฟล์ของตัวเอง เพียงแค่วาง CSS ลงในเว็บที่ให้บริการเหล่านั้นและเราอาจจะได้โค้ดในเวอร์ชันย่อส่วนที่ใช้งานได้มาใช้แทน</p>
<h3>Serve images in next-gen formats</h3>
<p>การแสดงภาพใหม่ในไฟล์นามสกุล WebP ซึ่งเป็นไฟล์ที่ Google Chrome รองรับ รูปภาพจะมีลักษณะเหมือนไฟล์บีบอัด แต่มีคุณภาพเหนือ JPEG และ PNG หมายความว่าอาจจะเข้าถึงรูปภาพได้เร็วขึ้นและใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
หากคุณใช้ WordPress สามารถใช้ปลั๊กอิน WebP Express ในการจัดการได้</p>
<h3>Enable text compression</h3>
<p>Text ทั้งหลาย ควรได้รับการบีบอัดขนาดไฟล์เพื่อให้ลดจำนวนไบต์ของเครือข่ายทั้งหมด จากรายงานนี้จะแสดงรายการของ Text ทั้งหมดที่ไม่ได้รับการบีบอัด มีวิธีตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์บีบอัดการตอบกลับหรือไม่ ดังนี้</p>
<ol>
<li>กด Control + Shift + J เพื่อเปิด Chrome DevTools</li>
<li>คลิกแท็บ Network</li>
<li>คลิก Request เพื่อให้เกิดการตอบกลับที่สนใจ</li>
<li>คลิกแท็บ Headers</li>
<li>เช็ก content-encoding</li>
</ol>
<h3>Preconnect to required origins</h3>
<p>แสดงรายการ key request ที่ยังไม่ได้จัดลำดับความสำคัญของคำขอในการดึงข้อมูล ซึ่งโดยปกติแล้วระบบจะสร้าง DOM ขึ้นมาเสร็จแล้วถึงค่อยไปโหลด CSS ที่เหลือขึ้นมา ซึ่งกว่าจะโหลดเสร็จนั้นก็ใช้เวลา เมื่อต้องรอตัวนั้นแล้วมารอตัวนี้อีก อาจทำให้ใช้เวลานานเกินไป</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
ปกติถ้าจะต้องเขียนโค้ดเอง ก็จะใช้ &lt;link rel=&#8221;preconnect&#8221;&gt; แต่ถ้าคุณใช้ WordPress ก็มีปลั๊กอินที่ช่วยตรงนี้ก็มี คือ Pre*Party Resource Hints</p>
<h3>Avoid multiple page redirects</h3>
<p>การ Redirect ทำให้ความเร็วในการดาวน์โหลดเว็บไซต์ช้าลง เบราว์เซอร์จะต้องทำการร้องขอ HTTP อีกครั้งที่ตำแหน่งใหม่เพื่อดึงทรัพยากร</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
หากคุณกำลังทดลองใช้ Redirect พื่อให้ผู้ใช้เว็บไซต์ผ่านมือถือไปยังหน้าเว็บเวอร์ชันมือถือ ลองออกแบบเว็บไซต์ Responsive ที่รองรับทุกขนาดหน้าจอจะดีกว่า</p>
<h3>Use video formats for animated content</h3>
<p>ส่วนนี้จะแสดง GIF ทั้งหมด ทำการแปลงจาก GIF เป็นวิดีโอ ซึ่งการแปลง GIF เป็นวิดีโอจะช่วยให้คุณประหยัด Brandwidth ของผู้ใช้ได้มากเลยทีเดียว</p>
<h3>Remove duplicate modules in JavaScript bundles</h3>
<p>ลบ Modules ของ JavaScript ขนาดใหญ่ที่มีการทำงานซ้ำกันออกจาก Bundles เพื่อลดการโหลดที่ไม่จำเป็น</p>
<h3>Avoid serving legacy JavaScript to modern browsers</h3>
<p>หลีกเลี่ยงการใช้ JavaScript ในรูปแบบเก่าหรือรูปแบบเดิม ในเบราว์เซอร์ปัจจุบัน เนื่องจากมีการอัปเดตเบราว์เซอร์ การใช้ JavaScript รูปแบบใหม่จะสามารถรองรับได้มากกว่า</p>
<h3>Avoids enormous network payloads</h3>
<p>เป็นปัญหาที่เกิดบ่อยมากกับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหายาวๆ คุณควรแบ่งออกเป็นหลายๆหน้ามากกว่ารวมเนื้อหาไว้ในหน้าเดียว</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
พยายามอย่าเชื่อมต่อไปที่โดเมนอื่น ๆ มากเกินไป แต่ถ้าจำเป็นต้องทำ ต้องมีการควบคุมอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้</p>
<h3>Serve static assets with an efficient cache policy</h3>
<p>การแคช HTTP ช่วยเร่งเวลาในการโหลดหน้าเว็บไซต์ของคุณได้เมื่อมีการเข้าชมซ้ำ โดยจะพิจารณาทรัพยากรที่สามารถแคชได้หากตรงเงื่อนไขต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>ฟอนต์, รูปภาพ, ไฟล์, Script, Stylesheet</li>
<li>มีรหัส 200, 203, 206 HTTP</li>
<li>ไม่มีนโยบายหรือไม่มีแคชที่ชัดเจน</li>
</ul>
<h3>Avoids an excessive DOM size</h3>
<p>ถ้า Theme ที่คุณนำมาใช้นั้นมีคุณภาพต่ำ ไม่แปลกที่จะเกิดปัญหานี้กับเว็บไซต์ของคุณ ดังนั้นตรวจเช็กให้ดีก่อนนำมาใช้ เพราะถ้าเกิดนำมาใช้จริง ๆ มาบวกกับตัวที่เป็นปลั๊กอินต่าง ๆ อีก อาจทำให้ส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ได้อีก โดนต้องมีเงื่อนไขต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มี DOM เกิน 1,500 โหนด</li>
<li>มีความลึกของ DOM เกิน 32 โหนด</li>
<li>มีโหนดลูกมากเกินกว่า 60 โหนด</li>
</ul>
<h3>User Timing marks and measures</h3>
<p>การทำเว็บไซต์ของคุณตอบสนองอย่างรวดเร็วคือสิ่งสำคัญ USER Time API ช่วยให้คุณวัดการทำงานของ JavaScript ของแอปคุณ ด้วยการแทรก API ไว้ใน JavaScript จากนั้นแยกข้อมูลเวลาอย่างละเอียดที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโค้ดของคุณได้</p>
<h3>All text remains visible during webfont loads</h3>
<p>ใช้ประโยชน์ฟีเจอร์ CSS ที่แสดงแบบอักษร เพื่อให้แน่ใจว่าข้อความจะปรากฏให้ผู้ใช้เห็นขณะที่ webfont กำลังโหลด</p>
<h3>Minimize third-party usage</h3>
<p>Third-Party อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการโหลด ควรจำกัดจำนวนผู้ให้บริการที่เป็น Third-Party ที่ซ้ำซ้อนและความพยายามในการโหลดโค้ดของ Third-Party หลังจากที่หน้าเว็บของคุณดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว</p>
<h3>Avoids document.write()</h3>
<p>สำหรับผู้ใช้ที่มีการเชื่อมต่อช้า external Script แทรกได้ผ่านทาง document.write() จะหน่วงเวลาในการโหลดหน้ามากกว่า 10 วินาที ซึ่งส่งผลเสียต่อการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์ของคุณเป็นอย่างมาก ดังนั้นพยายามลบโค้ดที่มี document.write() ออกไปจากโค้ดของคุณ</p>
<h3>Avoids large JavaScript libraries with smaller alternatives</h3>
<p>ไลบรารีของ JavaScript ขนาดใหญ่อาจทำให้ประสิทธิภาพต่ำลง ต้องใช้ไลบรารีที่เล็กกว่าและมีฟังก์ชันเทียบเท่า เพื่อลดขนาดของ Bundle</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_separator wpb_content_element vc_separator_align_center vc_sep_width_100 vc_sep_pos_align_center vc_separator_no_text vc_sep_color_grey vc_custom_1615963796082 wpb_content_element  vc_custom_1615963796082 wpb_content_element" ><span class="vc_sep_holder vc_sep_holder_l"><span class="vc_sep_line"></span></span><span class="vc_sep_holder vc_sep_holder_r"><span class="vc_sep_line"></span></span>
</div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2>Accessibility</h2>
<p>การตรวจสอบในส่วนนี้ เน้นถึงโอกาสในการปรับปรุงการเข้าถึงเว็บไซต์ ระบบจะตรวจพบเฉพาะปัญหาการช่วยการเข้าถึงโดยอัตโนมัติ</p>
<h3><img decoding="async" class="alignnone wp-image-2840 size-full" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Accessibility.png" alt="100 Accessibility" width="926" height="607" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Accessibility.png 926w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Accessibility-300x197.png 300w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Accessibility-768x503.png 768w" sizes="(max-width: 926px) 100vw, 926px" /></h3>
<h3>Background and foreground colors do not have a sufficient contrast ratio.</h3>
<p>ข้อความที่มีอัตราส่วน contrast ต่ำ หรือข้อความที่มีความสว่างใกล้เคียงกับความสว่างของพื้นหลังมากเกินไปอาจทำให้อ่านได้ยาก ซึ่งส่งผลเสียต่อประสบการณ์การอ่านของผู้ใช้งาน ดังนั้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อความบนเว็บไซต์ของคุณนั้นมีขนาดและสีที่สามารถอ่านและเห็นได้ชัดเจนหรือเปล่า</p>
<h3>Heading elements are not in a sequentially-descending order</h3>
<p>ส่วนใหญ่ screen readers มักมีคำสั่งข้ามไปมาระหว่างส่วนหัวหรือไปยังพื้นที่ที่เป็นจุดสังเกตอย่างรวดเร็วหรือไปยังหน้าที่ไม่คุ้นเคยจากการอ่านแค่ส่วนหัว ดังนั้น ควรเริ่มแก้ไขจากส่วนหัวก่อน โดยมีวิธีแก้ไขดังนี้</p>
<ul>
<li>ตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนหัวของคุณ นั้นสื่อถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน</li>
<li>มีการเรียงลำดับเพื่อให้เข้าใจโครงสร้างของเนื้อหา</li>
</ul>
<h3>Links do not have a discernible name</h3>
<p>Link Text ที่มองเห็นได้ไม่เหมือนใครและโฟกัสได้ ช่วยเพิ่มประสบการณ์การนำทางสำหรับผู้ใช้โปรแกรมอ่านหนังจอและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่อำนวยความสะดวกผู้ใช้ ซึ่งวิธีเพิ่มชื่อหัวข้อที่สามารถเข้าถึงได้ในลิงก์ ที่อยากแนะนำคือพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำเหล่านี้ เช่น ที่นี่ หรือ อ่านเพิ่มเติม แต่ให้ใช้ข้อความที่มีความหมายลงในลิงก์</p>
<h3>[aria-hidden=&#8221;true&#8221;] is present on the document &lt;body&gt;</h3>
<p>การใช้โค้ดรูปแบบนี้บนเว็บไซต์ เป็นการซ่อนหน้าเว็บทั้งหมดจากผู้ใช้ที่ใช้งานผ่าน Screen readers ดังนั้นวิธีแก้ไขคือลบโค้ดส่วนนี้ออกจากหน้าเว็บไซต์ซะ หรืออีกทางคือ ใส่ main ไว้หน้า aria-hidden</p>
<h3>The page contains a heading, skip link, or landmark region</h3>
<p>เพิ่มวิธีที่จะช่วยข้ามเนื้อหาที่ซ้ำกันให้กับผู้ใช้ที่อยู่บนเว็บไซต์ แต่ไม่ได้ใช้เม้าส์ในการทำงานบนเว็บ แก้ไขโดย</p>
<ul>
<li>วางเนื้อหาให้อยู่ในจุดที่สังเกตเห็น</li>
<li>ตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าเนื้อหาที่เห็นนั้น แสดงประเภทของเนื้อหาอย่างถูกต้อง</li>
<li>ใช้ Skip link</li>
</ul>
<h3>Document has a &lt;title&gt; element</h3>
<p>การที่มี &lt;title&gt; อยู่ทุกหน้าเว็บจะช่วยให้ผู้ใช้พิจารณาว่านี่ใช้สิ่งที่เขาค้นหาหรือไม่ ซึ่งเคล็ดลับในการสร้างชื่อที่ดี คือ</p>
<ul>
<li>ในแต่ละหน้าอย่าใช้ชื่อซ้ำกัน</li>
<li>ตั้งชื่อเรื่องที่มีความหมายกระชับ หลีกเลี่ยงการใช้คำคลุมเครือ</li>
<li>หลีกเลี่ยงการใช้คีย์เวิร์ดในทางที่ผิด</li>
</ul>
<h3>[id] attributes on active, focusable elements are unique</h3>
<p>หลีกเลี่ยงการใช้ ID ซ้ำกัน เพราะหากมีการใช้ซ้ำ หน้าเว็บอาจแสดงเพียง ID ตัวแรก ทำให้ปิดกั้นการมองเห็นตัวอื่น ๆ ได้</p>
<h3>&lt;html&gt; element has a [lang] attribute</h3>
<p>หากหน้าเว็บไม่มีการระบุภาษาพื้นฐานสำหรับ &lt;html&gt; เวลาผู้ใช้ที่ใช้ Screen readers ภาษาจะเปลี่ยนไปตามอุปกรณ์ที่ผู้ใช้ใช้งาน ซึ่งอาจให้เนื้อหาผิดเพี้ยนได้ ยกตัวอย่างเช่น หน้าเว็บไซต์ของคุณเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผู้ใช้ใช้ภาษาไทย การแปลมาอาจไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริง วิธีแก้ทำได้ง่าย ๆ เพียงกำหนดภาษาให้กับหน้าเว็บไซต์ด้วย &lt;html lang= “en”&gt;</p>
<h3>&lt;html&gt; element has a valid value for its [lang] attribute</h3>
<p>เพื่อให้แน่ใจว่าในหน้านั้น สามารถออกเสียงภาษาโดยรวมได้ถูกต้อง คุณต้องระบุ BCP 47 language ใช้วิธีแก้ไขเหมือนข้อที่แล้วคือ &lt;html lang= “en”&gt;</p>
<h3>Image elements have [alt] attributes</h3>
<p>ระบุ Alt ของรูปภาพในทุก ๆ รูป เผื่อเวลาที่เว็บไซต์ไม่โหลดรูปภาพขึ้นมา อย่างน้อยยังมี Alt ของรูปภาพระบุให้ผู้ใช้รู้ว่า นี่คือรูปภาพอะไร ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้เป็นคำสั้น ๆ ที่อ่านแล้วรู้เลยว่าคืออะไร แต่หากเป็นเพียงรูปภาพตกแต่ง ไม่จำเป็นต้องมีแต่ให้ใส่เป็น alt=”” ไว้</p>
<h3>List items (&lt;li&gt;) are contained within &lt;ul&gt; or &lt;ol&gt; parent elements</h3>
<p>รวบรวม &lt;li&gt; ที่ไม่มี Element ไว้ภายใน Element &lt;ul&gt; หรือ &lt;ol&gt;</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_separator wpb_content_element vc_separator_align_center vc_sep_width_100 vc_sep_pos_align_center vc_separator_no_text vc_sep_color_grey vc_custom_1615963806025 wpb_content_element  vc_custom_1615963806025 wpb_content_element" ><span class="vc_sep_holder vc_sep_holder_l"><span class="vc_sep_line"></span></span><span class="vc_sep_holder vc_sep_holder_r"><span class="vc_sep_line"></span></span>
</div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2>Best Practices</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-2841 size-full" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Best-Practices.png" alt="100 Best Practices" width="944" height="390" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Best-Practices.png 944w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Best-Practices-300x124.png 300w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-Best-Practices-768x317.png 768w" sizes="auto, (max-width: 944px) 100vw, 944px" /></p>
<h3>Links to cross-origin destinations are unsafe</h3>
<p>การเชื่อมโยงเว็บไซต์ของคุณไปยังไซต์อื่น ๆ ด้วย target=“_blank” แอตทริบิวต์ของคุณสามารถเปิดเผยไซต์ของคุณเกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัย</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">วิธีในการปรับปรุง</span><br />
เพิ่ม rel=”noopener” หรือ rel=”noreferrer” เข้าไปใน target=”_blank” เพื่อป้องกันไม่ให้ไซต์อื่น ๆ เข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ</p>
<h3>Browser errors were logged to the console</h3>
<p>Message Locked ใน Console มาจากนักพัฒนาเว็บไซต์ที่มีการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเอง โดยจะมีระดับความรุนแรง 4 ระดับ คือ</p>
<ul>
<li>Verbose</li>
<li>Info</li>
<li>Warning</li>
<li>Error</li>
</ul>
<p>ซึ่งถ้าเกิด Error แสดงว่าหน้าเว็บไซต์ของคุณต้องได้รับการแก้ไขทันที</p>
<h3>Missing source maps for large first-party JavaScript</h3>
<p>Source Maps ที่แปลงจาก minified code ไปเป็น original source code นั้น ช่วยให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้จริง นอกจากนี้ Lighthouse ยังสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม พิจารณาปรับใช้ Source Maps เพื่อนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ต่อ</p>
<h3>Uses HTTPS</h3>
<p>เว็บไซต์ทั้งหมดควรได้รับการป้องกันเบื้องต้นคือการใช้ HTTPS เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาบุกรุกหรือยุ่งเกี่ยวกับไซต์ของคุณได้อย่างง่ายดาย</p>
<h3>Avoids requesting the geolocation permission on page load</h3>
<p>การขออนุญาตเก็บตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์</p>
<h3>Avoids requesting the notification permission on page load</h3>
<p>การขออนุญาตส่งแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งาน ต้องมีการขออนุญาตทุกครั้ง</p>
<h3>Avoids front-end JavaScript libraries with known security vulnerabilities</h3>
<p>พยายามหยุดใช้ไลบรารีของ JavaScript ที่ไม่มีความปลอดภัย</p>
<h3>Displays images with correct aspect ratio</h3>
<p>ใช้รูปภาพที่ไม่ได้อัตราส่วนของรูปภาพจริง ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปภาพของคุณได้สัดส่วนที่ถูกต้อง ด้วย</p>
<ul>
<li>ใช้รูปภาพ CDN<br />
สร้างรูปภาพขนาดต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบการใช้งานอย่างเหมาะสม</li>
<li>ตรวจสอบ CSS ที่มีผลต่ออัตราส่วนของรูปภาพ<br />
Chrome DevTools สามารถแสดงถึง CSS ที่มีการแสดงผลขนาดรูปภาพที่ถูกต้อง</li>
<li>ตรวจสอบ Width และ Height ใน HTML<br />
วิธีนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่ารูปภาพจะไม่ถูกปรับไซต์ เมื่อโหลดรูปภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว</li>
</ul>
<h3>Serves images with appropriate resolution</h3>
<p>ควรใช้รูปภาพที่ทำออกมาแค่ขนาดเดียว แต่สามารถใช้งานได้ทุก ๆ อุปกรณ์ที่แสดง</p>
<h3>Page has the HTML doctype</h3>
<p>หากเว็บไซต์ไม่ได้มีการกำหนดหน้าหลักหรือรูปแบบหลักไว้ ส่งผลให้เว็บไซต์แสดงรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดออกมา ดังนั้น ควรเพิ่ม &lt;!DOCTYPE html&gt; ไว้ด้านบนโค้ด HTML ของทุกหน้า</p>
<h3>Properly defines charset</h3>
<p>Server และ Browser สื่อสารกันด้วยการส่งข้อมูลจำนวนไบท์กันผ่านอินเทอร์เน็ต แต่หาก Server ไม่มีการระบุ charset เมื่อส่งไฟล์ Browser จะไม่สามารถรู้ได้ว่า charset แต่ละไบท์คืออะไร ดังนั้น เพิ่ม &lt;meta charset&gt; ไว้เป็นองค์ประกอบของ Html และเพ่ม Content-Type ในส่วน HTTP response header</p>
<h3>Avoids Application Cache</h3>
<p>หากคุณจะใช้ Application Cache แนะนำให้ใช้ Cache API ผ่านผู้ให้บริการแทน เพื่อความปลอดภัยและผ่านการตรวจสอบจาก Lighthouse</p>
<h3>Detected JavaScript libraries</h3>
<p>ส่วนนี้ Lighthouse จะแสดงไลบรารีของ JavaScript ทั้งหมดที่มี ดังนั้นควรอัปเดตไลบรารีของคุณอย่างสม่ำเสมอ</p>
<h3>Avoids deprecated APIs</h3>
<p>หลีกเลี่ยงการใช้ API ที่ไม่มีการใช้งานแล้ว เพราะอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณมีข้อผิดพลาดในการใช้งาน</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_separator wpb_content_element vc_separator_align_center vc_sep_width_100 vc_sep_pos_align_center vc_separator_no_text vc_sep_color_grey vc_custom_1615963806025 wpb_content_element  vc_custom_1615963806025 wpb_content_element" ><span class="vc_sep_holder vc_sep_holder_l"><span class="vc_sep_line"></span></span><span class="vc_sep_holder vc_sep_holder_r"><span class="vc_sep_line"></span></span>
</div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element vc_custom_1616486732489" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2>SEO</h2>
<p>การตรวจสอบในส่วนนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณนั้น รองรับการทำ SEO มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้คุณปรับเว็บไซต์ได้เหมาะสมกับการจัดอันดับบนหน้าการค้นหา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-2842 size-full" src="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-SEO.png" alt="100 SEO" width="943" height="511" srcset="https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-SEO.png 943w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-SEO-300x163.png 300w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-SEO-768x416.png 768w, https://insawasd.com/wp-content/uploads/2021/03/100-SEO-455x248.png 455w" sizes="auto, (max-width: 943px) 100vw, 943px" /></p>
<h3>Content Best Practices</h3>
<p>จัดรูปแบบ HTML ให้โปรแกรมรวบรวมข้อมูลเข้าใจเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณได้ดียิ่งขึ้น</p>
<h3>Mobile Friendly</h3>
<p>นี่คือข้อสำคัญสำหรับการทำ SEO ในปัจจุบัน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นรองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือแล้วหรือยัง</p>
<h3>Has a &lt;meta name=&#8221;viewport&#8221;&gt; tag with width or initial-scale</h3>
<p>จำเป็นต้องมี viewport meta tag เพื่อให้เมื่อเปิดใช้งานบนอุปกรณ์พกพาแล้วแสดงหน้าเว็บไซต์ที่พอดีกับหน้าจอ</p>
<h3>Document has a &lt;title&gt; element</h3>
<p>title เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้าเว็บไซต์นั้นของคุณมีการระบุ title แล้วหรือยัง</p>
<h3>Document has a meta description</h3>
<p>meta description สามารถเพิ่มปริมาณการค้นหาของคุณได้ เทคนิคคือ ควรมี meta description เฉพาะหน้านั้น ๆ และอธิบายให้ชัดเจน</p>
<h3>Page has successful HTTP status code</h3>
<p>การที่หน้าเว็บไซต์ไม่แสดงสถานะตั้งแต่ 400-500 ถือว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นมีประสิทธิภาพ ไม่ควรให้หน้าผิดพลาดเหล่านั้นมาแสดงในหน้าการค้นหา</p>
<h3>Links have descriptive text</h3>
<p>ระบุ hyperlink ไปให้ชัดเจนเลยว่า หากผู้ใช้งานคลิกไปนั้น จะคลิกไปที่หน้าใด</p>
<h3>robots.txt is valid</h3>
<p>หาก root.txt ของคุณผิดปกติอาจทำให้เกิดปัญหา 2 ประเภท คือ</p>
<ul>
<li>Search Engine เข้ามารวบรวมข้อมูลบนเว็บไซต์ไม่ได้ ทำให้อันดับในหน้าการค้นหาน้อยลง</li>
<li>Search Engine อาจไปดึงข้อมูลจากหน้าที่คุณไม่ต้องการให้แสดงบนหน้าการค้นหา<br />
ดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่า robots.txt ของคุณนั้นไม่ได้แสดง HTTP 5XX เพื่อให้โรบอททำงานได้ดีมากขึ้น</li>
</ul>
<h3>Image elements have [alt] attributes</h3>
<p>ควรระบุ alt ในทุก ๆ ภาพบนเว็บไซต์ เพราะหากรูปภาพโหลดไม่ขึ้น ยังสามารถใช้ alt เพื่อระบุว่ารูปภาพนั้นคืออะไรได้</p>
<h3>Document has a valid hreflang</h3>
<p>hreflang ช่วยให้ระบุหน้าเว็บไซต์ในแต่ละภูมิภาคหรือแบ่งเวอร์ชันของหน้าเว็บไซต์ในแต่ละภาษาได้ ยิ่งถ้าคุณมีเว็บไซต์หลายภาษา คุณควรเพิ่มไฟล์นี้เข้าไป ห้ามขาด</p>
<h3>Document has a valid rel=canonical</h3>
<p>การใช้ canonical ช่วยให้ Serach Engine รวบรวมหน้าที่เหมือนกันให้เป็น URL เดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาการใช้หน้าซ้ำกันทั้งในเวอร์ชัน Desktop และเวอร์ชันอุปกรณ์พกพา</p>
<h3>Document uses legible font sizes</h3>
<p>ตั้งค่าขนาดของตัวอักษรภายในเว็บไซต์ให้อ่านง่าย โดยควรมีขนาดตั้งแต่ 12 px ขึ้นไป</p>
<h3>Tap targets are sized appropriately</h3>
<p>หน้าเว็บไซต์ของคุณสามารถรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ที่เป็นระบบสัมผัส โดยผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและง่าย</p>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element" >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>นี่คือทั้งหมดที่ Web.dev สามารถตรวจเช็กประสิทธิภาพของคุณได้ครับ โดยนอกจากที่จะช่วยเช็กคะแนนประสิทธิภาพของเว็บไซต์คุณแล้ว ยังมีไกด์ไลน์แนะนำให้คุณไปปรับปรุงเว็บไซต์ พร้อมทั้งรายงานเว็บไซต์ของคุณได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย</p>
<p>รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมลองเข้าไปใช้งาน web.dev กันนะครับ แล้วคุณจะเปลี่ยนเว็บไซต์ของคุณ ให้รองรับการทำ SEO แบบ 100 เต็ม แน่นอนครับ!!</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-2"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"></div></div></div></div></div></div>
</div>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://insawasd.com/make-web-for-seo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
