อยากให้ User อยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น ทำอย่างไร?

อยากให้ User อยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น ทำอย่างไร?

พฤติกรรมของผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก เรียกว่าแทบจะเปลี่ยนไปทุกชั่วโมงเลย จนบางทีเราที่เป็นคนพัฒนาเว็บไซต์จำเป็นต้องจับให้ได้ ไล่ให้ทัน ปรับเปลี่ยนตามตลอดเวลา บางทียอดผู้ใช้งานบนเว็บไซต์บางเดือนตก บางเดือนขึ้น Bounce rate ไม่ดีเลย ดังนั้น ถ้าอยากให้ User อยู่บนเว็บไซต์ให้นานขึ้น จะมีปัจจัยอะไรบ้าง ต้องทำอย่างไร วันนี้ผมได้รวบรวมวิธีที่จะทำให้ User อยู่บนเว็บไซต์ให้นานขึ้น เป็นวิธีที่ผมทำแล้วได้ผลลัพธ์ดีขึ้น มาฝากกันครับ

หัวข้อและเนื้อหา ควรไปในทางเดียวกัน

มีหลายบทความครับ ที่อยากจะดึงดูดคนให้คลิกเข้ามาในหน้าบทความนั้นเยอะ ๆ โดยไม่ได้คำนึงว่า เนื้อหาในบทความจะดีมากน้อยเพียงใด ตรงกับหัวข้อที่ตั้งไว้หรือเปล่า จริง ๆ อยากแค่ให้หัวข้อนั้นดูว้าว เพื่อให้คนคลิกแค่นั้นพอ แต่อย่าลืมนะครับว่า ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ search google ก็เพื่อต้องการได้คำตอบในเรื่องที่เขาต้องการ ถ้าเกิดว่าเขาค้นหาแล้วเจอเรื่องที่เขาต้องการแล้ว แต่พอคลิกเข้ามา เนื้อหากลับไม่ตรงกับสิ่งที่เขาอยากจะรู้ ก็มีโอกาสไม่น้อย ที่ผู้ใช้งานจะคลิกปิดหน้าเว็บไปในทันที

นอกจากหัวข้อและเนื้อหาที่ควรไปในทางเดียวกันแล้ว ตัวเนื้อหาเอง ก็ต้องสามารถฮุกผู้อ่านให้รู้สึกอยากอ่านและอยากติดตามเนื้อหาบทความของคุณไปจนจบด้วยเช่นกัน ดังนั้น ทั้งหัวข้อและเนื้อหาควรไปในทางเดียวกัน และทำให้ผู้อ่านรู้สึกอยากอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ

เพิ่มจำนวนบทความที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น

การทดสอบของ SearchPilot ออกมารายงานว่า หากเพิ่มบทความที่เกี่ยวข้องเข้าไปยังส่วนท้ายของบทความนั้น จากเดิมที่มีเท่าไหร่ ให้เพิ่มอีกเท่านึง จะทำให้ Organic Traffic ของบทความนั้นดีขึ้นได้ มากถึง 11% ยกตัวอย่างเช่น สมมติตอนนี้บทความหลักของเรามีบทความที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 บทความ หากเราเพิ่มเป็น 4 บทความของเราจะมี Organic Traffic ดีขึ้นอย่างแน่นอน

เพิ่มจำนวนบทความที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น

จริง ๆ ผมว่าก็คล้ายกับการทำ Topic Cluster นะครับ เพราะถ้าบทความแต่ละตัว สามารถลิงก์เข้าหากัน เข้าบทความนึง ก็เจออีกบทความนึง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ผู้อ่านสนใจอยู่แล้ว อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างจริงจัง มีโอกาสที่เขาจะยังอยู่ในหน้าเว็บไซต์ เพื่อคลิกอ่านหน้าต่อ ๆ ไปได้เลยครับ

CTA ที่ดึงดูด ให้ผู้ใช้งานกดไปต่อ

อีกหนึ่งเทคนิคที่เราใช้กันบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรืออยู่บนเว็บไซต์ไปนาน ๆ นั่นก็คือการทำ CTA แทรกไว้ ไม่ว่าจะบนหน้าเว็บไซต์หน้าแรก หรือด้านในบทความ ซึ่งผู้ใช้งานเมื่อคลิกที่ CTA ก็จะเข้าไปสู่หน้า Landing Page ที่เราแนบลิงก์ไว้กับตัว CTA นั่นเอง แต่การที่จะทำให้ผู้ใช้งานคลิกนั้น ต้องสร้าง CTA ที่ดูน่าดึงดูด ดูน่าสนใจ และให้ผู้ใช้งานเห็นว่าถ้าคลิกแล้ว เขาจะได้อะไรที่เขาต้องการไหม

เว็บไซต์ทั่วไปส่วนใหญ่สร้างตัว CTA ขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลลูกค้า ซึ่งรูปแบบของ CTA อาจจะเป็นการให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์หรือแจกให้ดาวน์โหลด E-Book โดยต้องกรอกข้อมูลก่อน หรือบางทีอาจจะเป็นปุ่มเพื่อให้คลิกไปยังหน้า Landing Page ที่เสนอโปรโมชั่นหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถอยู่บนเว็บได้นานขึ้นด้วยครับ

สร้าง Call to Action อย่างไร? ให้ดึงดูดผู้ชมมากที่สุด

อย่าเอาตัวเองเป็นใหญ่ ให้คำนึงถึงพฤติกรรมผู้ใช้งานให้มาก ๆ

นักพัฒนาบางรายมักมองการใช้งานโดยคำนึงตัวเองเป็นใหญ่ ยิ่งนักพัฒนาที่ทำเว็บไซต์ด้วยตัวคนเดียวโดด ๆ ไม่ได้มีทีมหรือคนที่ทำหน้าที่เพื่อดูแลฝั่งผู้ใช้งานโดยตรง มักมองข้ามและพลาดในจุด ๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการ ดังนั้น ลองศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้งานให้มาก ๆ ว่าเขาต้องการอะไร อยากได้อะไร อะไรที่ง่ายและสะดวกกับเขามากที่สุด

หลัก ๆ แล้ว ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ต้องการอะไรที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนครับ แค่เพียงปรับเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย ต้องเร็ว Page Speed ต้องดีเยี่ยม และที่สำคัญ ผู้ใช้งานในปัจจุบันส่วนใหญ่เข้าใช้งานเว็บไซต์ผ่านมือถือกันเกิน 80% การสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาให้รองรับผู้ใช้ที่เข้าใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถือหรือการทำ Mobile Friendly จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนึกถึงเลยครับ

Redesign เว็บไซต์ ให้ง่ายและดูน่าใช้งาน

ผู้ใช้งานหลายต่อหลายราย เป็นกลุ่มที่ต้องการความง่าย อะไรที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด ก็จะต้องการแบบนั้น การทำให้เว็บไซต์ของเราใช้งานง่าย สะดวกต่อผู้ใช้ เป็นอะไรที่จำเป็นมากสำหรับผู้ใช้งานในปัจจุบันนี้ และที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ การ Redesign เว็บไซต์ให้ดูสวย น่าใช้งาน ตามเทรนด์ ตามสมัย และที่สำคัญคือ หน้าตาเว็บไซต์ของเราไม่ควรจะรก หรือมีป๊อบอัพอะไรเด้งขึ้นมาให้เกะกะ ให้รกตา หรือผู้ใช้งานต้องมาคอยกดปิดทีละป๊อบอัพ สู้เขาไปเปิดเว็บไซต์ที่คล้าย ๆ กัน แต่ไม่ต้องมาเสียเวลาปิดเปิดแบบนี้ สำหรับผู้ใช้งานแล้ว คงเป็นเรื่องที่ดีกว่า

Redesign เว็บไซต์ ให้ง่ายและดูน่าใช้งาน

ผมมองว่าในปัจจุบัน เว็บไซต์ที่มีการออกแบบและดีไซน์ให้ดูสวยงามและใช้งานง่าย มักเป็นเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานชื่นชอบ ยิ่งมีเมนูน้อย ๆ ดูคลีน แค่เข้าเว็บไซต์ก็สามารถเข้าถึงเมนูที่ต้องการ ไม่ซับซ้อนมากมาย เท่านี้ ผู้ใช้งานก็จะใช้งานเว็บไซต์นานขึ้นได้เลยครับ

ห้ามลืม Search Bar เด็ดขาด

รู้ไหมครับ ผู้ใช้งานบางราย ถึงแม้ว่าเขาจะหาสิ่งที่เขาต้องการเจอบนเว็บไซต์ของเราแล้ว เขาก็ยังมีความอยากรู้ อยากได้คำตอบอีกต่อไปเรื่อย ๆ เช่นกัน แถบ Search Bar เป็นหนึ่งส่วนสำคัญที่ตอบสนองความอยากรู้ของผู้ใช้งานได้ ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่เขาอยากรู้เพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์ได้อีกเรื่อย ๆ

ห้ามลืม Search Bar เด็ดขาด

บางเว็บไซต์มีการทำแถบ Search Bar ที่สามารถค้นหาได้ทั้งบนเว็บไซต์ของตัวเองและบน Google ถ้าให้ผมแนะนำล่ะก็ ผมแนะนำว่าให้ทำ Search Bar แค่บนเว็บไซต์ และเราพยายามผลิตคอนเทนต์หรือบทความที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้มากขึ้นเรื่อย ๆ เท่านี้ ผู้ใช้งานเหล่านั้นก็จะอยู่แต่บนเว็บไซต์เรา ไม่หนีออกจากเว็บไซต์ไปแน่ ๆ ครับ

ตรวจเช็กเป็นประจำว่ามี Error หรือหน้า 404 เกิดขึ้นไหม

ปัญหาหนักใหญ่สุดเลยที่ทำให้ผู้ใช้งานหนีออกไปจากเว็บไซต์ของคุณบ่อย ๆ คือการที่เว็บไซต์ของคุณล่มหรือมี Error นั่นเอง ปัญหาเหล่านี้นี่แหละที่สร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้ใช้งาน ยิ่งถ้าเกิดปัญหานี้บ่อย ๆ ในเดือนนึง Bounce rate ของเว็บไซต์ของคุณอาจเพิ่มสูงขึ้นก็ได้

เรื่องปัญหาเว็บ Error แบบนี้ผมว่าเป็นปัญหาต้น ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้งานออกจากเว็บไซต์อย่างรวดเร็วได้เลยครับ เพราะว่าเมื่อเข้ามาหน้านึงแล้วเห็นว่า อ่าว! หน้านี้ Error หน้าอื่น ๆ ก็คงเหมือนกัน แล้วเลือกที่จะออกจากเว็บไซต์ไปทันที

ผมแนะนำนะครับว่า ให้มีการติดตั้ง Sitemap ของคุณบน Gooogle Search Console เพราะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และช่วยติดตามผลลัพธ์ของการทำ Sitemap ได้ดีที่สุด เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถติดตามและพัฒนาเว็บไซต์เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้งานได้มากขึ้นแล้วครับ

ติดตั้ง Sitemap ของคุณบน Gooogle Search Console

นี่เป็นวิธีที่ช่วยให้ User อยู่บนเว็บไซต์ได้นานขึ้น เพียงไม่กี่วิธีที่ผมลองมาแล้วว่าได้ผลถึงจะไม่มากเท่าไหร่ แต่ผมว่าผลลัพธ์ก็ดีขึ้นมาในระดับนึงเลยครับ ผู้อ่านทุกท่านสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กับเว็บไซต์ดูครับ ได้ผลอย่างไรหรือใครมีวิธีอื่น ๆ อยากมาแชร์ แชร์ได้เลยครับ บทความหน้าผมจะมีวิธีหรือเทคนิคดี ๆ ที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณดีขึ้นได้อย่างไร รอติดตามได้ครับ

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.